วิธีบันทึกบัญชี WIP ผลิตงานระหว่างทำ ตามมาตรฐาน TAS 2 จนปิดงบ
ตัวอย่างบันทึกบัญชีครบทุก Journal | MotionERP
8 July, 2026 by
วิธีบันทึกบัญชี WIP ผลิตงานระหว่างทำ ตามมาตรฐาน TAS 2 จนปิดงบ
Publisher


อัปเดตล่าสุด กรกฎาคม 2569 เขียนโดยทีมที่ปรึกษาบัญชีและ ERP บริษัท ไดนามิคส์ โมชั่น จำกัด

การบันทึกบัญชีงานระหว่างทำหรือ WIP ตามมาตรฐานไทยต้องยึด มาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 2 เรื่อง สินค้าคงเหลือ ซึ่งกำหนดให้ต้นทุนสินค้าที่ผลิตเองประกอบด้วยวัตถุดิบทางตรงบวก ต้นทุนแปลงสภาพ คือค่าแรงทางตรงและโสหุ้ยการผลิตที่ปันส่วนตามกำลังการผลิตปกติ บทความนี้พาเดินบัญชีจริงทีละ Journal ครบทั้ง 6 ขั้นตอน ตั้งแต่ยืนยันใบสั่งขาย เบิกวัตถุดิบเข้า WIP รับสินค้าสำเร็จรูป ส่งมอบ ออกใบแจ้งหนี้พร้อม VAT สองจุดความรับผิด รับชำระพร้อมภาษีหัก ณ ที่จ่าย และปิดผลต่างต้นทุนตอนสิ้นเดือน พร้อมเฉลยโจทย์ที่โรงงานไทยเจอทุกแห่ง คือ ค่าแรงแต่ละกะไม่เท่ากัน จะคิดเข้าต้นทุนอย่างไรให้ผ่านผู้สอบบัญชี

สารบัญ

  1. WIP คืออะไร ทำไม TAS 2 ถึงเป็นหัวใจของบัญชีโรงงาน
  2. ค่าแรงกะเช้ากะดึกไม่เท่ากัน แก้ด้วยต้นทุนมาตรฐานที่มาตรฐานรองรับ
  3. ผังบัญชีที่ต้องเตรียมก่อนเริ่ม
  4. ตัวอย่าง Journal ครบวงจร 6 ขั้นตอน พร้อมตัวเลขจริง
  5. ภาพรวมงบเมื่อปิดครบทุกรายการ
  6. กับดักภาษี 2 เรื่องที่ทำให้โรงงานโดนประเมินย้อนหลัง
  7. คำถามที่พบบ่อย


WIP คืออะไร ทำไม TAS 2 ถึงเป็นหัวใจของบัญชีโรงงาน

งานระหว่างทำ คือสินค้าที่เริ่มกระบวนการผลิตแล้วแต่ยังไม่เสร็จเป็นสินค้าสำเร็จรูป ณ วันสิ้นงวด มูลค่าของมันคือสินทรัพย์ที่ต้องแสดงในงบแสดงฐานะการเงิน และเป็นรายการแรกที่ผู้สอบบัญชีขอกระดาษทำการเสมอ

TAS 2 ย่อหน้า 10 ถึง 13 ระบุชัดว่าต้นทุนสินค้าที่ผลิตเองต้องรวมสามส่วน

องค์ประกอบต้นทุนตัวอย่างในโรงงานจริง
วัตถุดิบทางตรงเหล็ก ตัวตู้ ชิ้นส่วนตาม BOM
ค่าแรงทางตรงค่าจ้างพนักงานสายการผลิต รวมค่ากะและ OT ที่เกี่ยวกับการผลิต
โสหุ้ยการผลิตค่าเสื่อมเครื่องจักร ค่าไฟโรงงาน หัวหน้าโรงงาน ปันส่วนตาม กำลังการผลิตปกติ

จุดที่กิจการพลาดบ่อยที่สุดคือบันทึกเฉพาะวัตถุดิบเข้า WIP แล้วโยนค่าแรงกับโสหุ้ยทั้งหมดเป็นค่าใช้จ่ายประจำงวด ผลคือสินค้าคงเหลือต่ำกว่าจริง กำไรขั้นต้นเพี้ยน และผู้สอบบัญชีต้องเสนอปรับปรุงรายการทุกปี

ค่าแรงกะเช้ากะดึกไม่เท่ากัน แก้ด้วยต้นทุนมาตรฐานที่มาตรฐานรองรับ

โจทย์คลาสสิกของโรงงานไทยคือกะกลางคืนมี ค่ากะ เพิ่ม บางเดือนมี OT บางเดือนไม่มี ถ้าพยายามผลักเงินเดือนจริงบาทต่อบาทเข้าใบสั่งผลิตแต่ละใบ บัญชีจะปิดไม่ทันและต้นทุนต่อหน่วยจะแกว่งจนใช้ตั้งราคาขายไม่ได้

ทางออกที่ TAS 2 ย่อหน้า 21 ถึง 22 รองรับโดยตรงคือ วิธีต้นทุนมาตรฐาน กิจการคิดต้นทุนเข้างานด้วยอัตรากำหนดล่วงหน้าต่อชั่วโมงของแต่ละ Work Center แล้วนำต้นทุนจริงมากระทบยอดตอนสิ้นเดือน เงื่อนไขเดียวของมาตรฐานคืออัตราต้องใกล้เคียงต้นทุนจริงและต้องทบทวนสม่ำเสมอ

วิธีตั้งอัตราคือเอางบประมาณค่าแรงบวกสวัสดิการบวกโสหุ้ยรายปีของแต่ละ Work Center หารด้วยชั่วโมงกำลังการผลิตปกติ กะเช้ากับกะดึกแยกเป็น Work Center คนละตัว เพราะโครงสร้างค่าจ้างต่างกัน

Work Centerค่าแรงค่ากะสวัสดิการโสหุ้ยจัดสรรอัตราต่อชั่วโมง
ประกอบ กะกลางวัน18003040250
ประกอบ กะกลางคืน180603545320
ทดสอบ21003555300

ใน MotionERP อัตราเหล่านี้ตั้งไว้ที่ Work Center แต่ละตัว เมื่อพนักงานลงเวลาในใบสั่งผลิต ระบบคูณชั่วโมงกับอัตราแล้วดันเข้า WIP ให้อัตโนมัติ ไม่ต้องรอฝ่ายบุคคลปิดเงินเดือน

ผังบัญชีที่ต้องเตรียมก่อนเริ่ม

รหัสชื่อบัญชีหน้าที่
1112ธนาคารรับชำระ
1131ลูกหนี้การค้าตั้งหนี้
1155ภาษีถูกหัก ณ ที่จ่ายเครดิตภาษีเงินได้นิติบุคคล
1311วัตถุดิบสต๊อกขาเข้า
1321งานระหว่างทำ WIPหัวใจของบทความนี้
1331สินค้าสำเร็จรูปรอส่งมอบ
1341บัญชีพักสินค้าส่งมอบสะพานระหว่างส่งของกับออกบิล
2131ภาษีขายVAT ถึงกำหนด
2132ภาษีขายยังไม่ถึงกำหนดVAT ฝั่งบริการ
2151เงินเดือนค้างจ่ายปิดเดือน
4111รายได้ขายสินค้าฝั่งสินค้า
4121รายได้ค่าบริการฝั่งติดตั้ง
5111ต้นทุนขายรับรู้พร้อมใบแจ้งหนี้
5211 5212 5213ค่าแรงทางตรง ค่ากะ ค่าล่วงเวลาต้นทุนจริง
5251โสหุ้ยการผลิตจริงต้นทุนจริง
5291ค่าแรงและโสหุ้ยคิดเข้างานบัญชีหักล้างฝั่งเครดิต

จุดตั้งค่าที่ชี้ขาดทั้งระบบคือ Location เสมือนฝ่ายผลิตต้องผูก Valuation ทั้งขาเข้าและขาออกเข้า บัญชี 1321 เพียงจุดเดียวนี้ทำให้ WIP ปรากฏในงบทดลองจริง แทนที่จะหักล้างกันเองจนผู้สอบบัญชีมองไม่เห็นความเคลื่อนไหว

ตัวอย่าง Journal ครบวงจร 6 ขั้นตอน พร้อมตัวเลขจริง

โจทย์ ขายตู้คอนโทรล CP-100 จำนวน 10 ชุด ชุดละ 50,000 บาท พร้อมบริการติดตั้ง 50,000 บาท ผลิตเสร็จ 26 มิถุนายน 2569 ส่งมอบพร้อมออกใบแจ้งหนี้ 30 มิถุนายน ลูกค้าชำระ 15 กรกฎาคม ระบบต้นทุน FIFO แบบ Perpetual

ขั้นที่ 1 ยืนยันใบสั่งขาย

ไม่มีรายการบัญชี ระบบเพียงจองสต๊อกและสร้าง Demand ให้ฝ่ายผลิต นี่คือเหตุผลที่งบของกิจการที่ใช้ ERP ถูกต้องตามเกณฑ์คงค้างโดยธรรมชาติ เพราะรายได้จะไม่เกิดจนกว่าจะส่งมอบจริง

ขั้นที่ 2 ใบสั่งผลิต เบิกวัตถุดิบและรับสินค้าสำเร็จรูป

ระบบ FIFO ดึง Layer ต้นทุนเก่าสุดก่อน เช่นตัวตู้ดึง 6 ชิ้นจาก Layer ราคา 7,900 และ 4 ชิ้นจาก Layer ราคา 8,150 รวมวัตถุดิบทั้ง BOM เท่ากับ 230,000 บาท

วันที่บัญชีเดบิตเครดิต
26 มิ.ย.1321 งานระหว่างทำ230,000
1311 วัตถุดิบ230,000

พนักงานลงเวลา กะกลางวัน 40 ชั่วโมง คูณ 250 ได้ 10,000 กะกลางคืน 20 ชั่วโมง คูณ 320 ได้ 6,400 แผนกทดสอบ 10 ชั่วโมง คูณ 300 ได้ 3,000 รวม ต้นทุนแปลงสภาพคิดเข้างาน 19,400 บาท เมื่อปิดใบสั่งผลิต ระบบรับสินค้าสำเร็จรูปเข้าคลังที่ต้นทุนเต็ม

วันที่บัญชีเดบิตเครดิต
26 มิ.ย.1331 สินค้าสำเร็จรูป249,400
1321 งานระหว่างทำ249,400

ต้นทุนต่อหน่วยเท่ากับ 24,940 บาท และสังเกตว่าบัญชี WIP ตอนนี้ค้างฝั่ง เครดิต 19,400 นี่ไม่ใช่ความผิดพลาด แต่คือค่าแรงและโสหุ้ยที่คิดเข้างานล่วงหน้า รอจับคู่กับเงินเดือนจริงตอนสิ้นเดือนในขั้นที่ 6

ขั้นที่ 3 ส่งมอบสินค้า

วันที่บัญชีเดบิตเครดิต
30 มิ.ย.1341 บัญชีพักสินค้าส่งมอบ249,400
1331 สินค้าสำเร็จรูป249,400

จุดระวังสำคัญ ตาม มาตรา 78 แห่งประมวลรัษฎากร ความรับผิดในการเสีย VAT ของการขายสินค้าเกิดเมื่อส่งมอบ ใบกำกับภาษีฝั่งสินค้าจึงต้องลงวันที่ส่งมอบ แม้จะวางบิลทีหลังก็ตาม

ขั้นที่ 4 ใบแจ้งหนี้ลูกค้า พร้อม VAT สองจุดความรับผิด

ภายใต้ TFRS 15 ธุรกรรมนี้มีภาระที่ต้องปฏิบัติสองรายการ สินค้ารับรู้รายได้ ณ จุดส่งมอบ ส่วนบริการติดตั้งรับรู้เมื่อทำเสร็จ และภาษีขายฝั่งบริการต้องบันทึกเป็น ภาษีขายยังไม่ถึงกำหนด เพราะตาม มาตรา 78/1 จุดความรับผิดของบริการเกิดเมื่อได้รับชำระเงินเท่านั้น

บัญชีเดบิตเครดิต
1131 ลูกหนี้การค้า588,500
4111 รายได้ขายสินค้า500,000
4121 รายได้ค่าบริการ50,000
2131 ภาษีขาย ฝั่งสินค้า35,000
2132 ภาษีขายยังไม่ถึงกำหนด ฝั่งบริการ3,500

ระบบบันทึกต้นทุนขายให้อัตโนมัติพร้อมใบแจ้งหนี้ใบเดียวกัน

บัญชีเดบิตเครดิต
5111 ต้นทุนขาย249,400
1341 บัญชีพักสินค้าส่งมอบ249,400

ขั้นที่ 5 รับชำระพร้อมภาษีหัก ณ ที่จ่าย

ลูกค้าหัก 3 เปอร์เซ็นต์เฉพาะฐานค่าบริการ 50,000 บาท เท่ากับ 1,500 บาท ตาม มาตรา 3 เตรส ประกอบคำสั่งกรมสรรพากร ท.ป.4/2528 โดยลูกค้านำส่งด้วยแบบ ภ.ง.ด.53 และออกหนังสือรับรอง 50 ทวิ ให้เรา ฐานการหักคือมูลค่าก่อน VAT เสมอ

บัญชีเดบิตเครดิต
1112 ธนาคาร587,000
1155 ภาษีถูกหัก ณ ที่จ่าย1,500
1131 ลูกหนี้การค้า588,500

วันเดียวกัน ภาษีขายยังไม่ถึงกำหนดพลิกเป็นภาษีขายจริง พร้อมออกใบกำกับภาษีและใบเสร็จรับเงินฝั่งบริการ

บัญชีเดบิตเครดิต
2132 ภาษีขายยังไม่ถึงกำหนด3,500
2131 ภาษีขาย3,500

ผลคือ ภ.พ.30 เดือนมิถุนายนมียอด 35,000 เดือนกรกฎาคม 3,500 ส่วนเงิน 1,500 ในบัญชี 1155 เป็นเครดิตภาษีตอนยื่น ภ.ง.ด.50 โดยมี 50 ทวิ เป็นหลักฐาน

ขั้นที่ 6 ปิดเดือน บันทึกเงินเดือนจริงและล้างต้นทุนคิดเข้างาน

ต้นทุนจริงที่ปันเข้าใบสั่งผลิตนี้จากระบบลงเวลา

บัญชีเดบิตเครดิต
5211 ค่าแรงทางตรง12,600
5212 ค่ากะ1,200
5213 ค่าล่วงเวลา950
5251 โสหุ้ยการผลิตจริง5,400
2151 เงินเดือนค้างจ่าย20,150

จากนั้นล้างยอดเครดิตที่ค้างใน WIP

บัญชีเดบิตเครดิต
1321 งานระหว่างทำ19,400
5291 ค่าแรงและโสหุ้ยคิดเข้างาน19,400

WIP กลายเป็น ศูนย์ งบกำไรขาดทุนมีต้นทุนจริง 20,150 ชนกับคิดเข้างาน 19,400 เหลือ ผลต่างคิดเข้างานต่ำไป 750 บาท รับรู้เป็นค่าใช้จ่ายประจำงวด ตรงตาม TAS 2 ที่กำหนดให้โสหุ้ยส่วนที่ปันส่วนไม่หมดรับรู้ในงวดที่เกิด และเมื่อสินค้าทั้ง 10 ชุดขายหมดแล้ว การรับรู้ผลต่างเข้างวดเท่ากับปันเข้าต้นทุนขายพอดี แต่ถ้าผลต่างมีนัยสำคัญและยังมีสินค้าค้างสต๊อก ต้องแบ่งผลต่างระหว่างสินค้าคงเหลือกับต้นทุนขายก่อนปิดงบ

ภาพรวมงบเมื่อปิดครบทุกรายการ

รายการจำนวนเงิน
รายได้รวม550,000
ต้นทุนขาย249,400
ผลต่างต้นทุนประจำงวด750
กำไรขั้นต้น299,850
เงินฝากธนาคารเพิ่มขึ้น587,000
สินทรัพย์ภาษีถูกหัก ณ ที่จ่าย1,500
ภาษีขายค้างนำส่งรวมสองเดือน38,500
ลูกหนี้ WIP สินค้าสำเร็จรูป บัญชีพักส่งมอบศูนย์ทั้งหมด

ทุกยอดกระทบกันลงตัว นี่คือสภาพงบที่ผู้สอบบัญชีอยากเห็น และคือสิ่งที่เกิดขึ้นอัตโนมัติเมื่อ Flow การผลิตกับบัญชีอยู่ในระบบเดียวกัน


กับดักภาษี 2 เรื่องที่ทำให้โรงงานโดนประเมินย้อนหลัง

เรื่องแรก จ้างทำของ ถ้าสินค้าผลิตตามสเปคเฉพาะของลูกค้าและไม่ใช่สินค้าขายทั่วไปตามแคตตาล็อก มุมมองกรมสรรพากรจะตีทั้งธุรกรรมเป็น จ้างทำของ ลูกค้าต้องหัก 3 เปอร์เซ็นต์จากยอดเต็ม 550,000 ไม่ใช่แค่ค่าบริการ การเขียนสัญญาให้ชัดและแยกบิลสินค้ามาตรฐานออกจากงานบริการคือเกราะที่คุ้มครองฝั่งสินค้า

เรื่องที่สอง WIP ณ วันตัดงวด ใบสั่งผลิตที่ยังไม่ปิด ณ สิ้นเดือน ระบบจะเก็บเฉพาะวัตถุดิบที่เบิกแล้วในบัญชี 1321 กิจการต้องตั้งค้างรับต้นทุนแปลงสภาพสำหรับชั่วโมงที่ลงเวลาไปแล้ว เพื่อให้ WIP ณ วันตัดงวดสมบูรณ์ตาม TAS 2 แล้วกลับรายการวันแรกของเดือนถัดไป

คำถามที่พบบ่อย

WIP ต้องบันทึกบัญชีตอนไหน บันทึกทันทีที่เบิกวัตถุดิบเข้ากระบวนการผลิต เดบิตงานระหว่างทำ เครดิตวัตถุดิบ และเพิ่มค่าแรงกับโสหุ้ยเข้า WIP ตามชั่วโมงที่ลงเวลาจริงคูณอัตรามาตรฐานของแต่ละ Work Center

ค่ากะและโอทีคิดเข้าต้นทุนสินค้าได้ไหม ได้ ถ้าเกี่ยวข้องกับการผลิตโดยตรง TAS 2 นับเป็นส่วนหนึ่งของต้นทุนแปลงสภาพ วิธีปฏิบัติที่มาตรฐานรองรับคือฝังค่ากะไว้ในอัตราต่อชั่วโมงของ Work Center กะกลางคืน แล้วกระทบยอดกับต้นทุนจริงตอนสิ้นเดือน

ผลต่างระหว่างต้นทุนมาตรฐานกับต้นทุนจริงลงบัญชีอย่างไร ผลต่างที่ไม่มีนัยสำคัญรับรู้เป็นค่าใช้จ่ายหรือรายได้ประจำงวดผ่านบัญชีค่าแรงและโสหุ้ยคิดเข้างาน ถ้ามีนัยสำคัญและยังมีสินค้าคงเหลือ ต้องปันส่วนผลต่างระหว่างสินค้าคงเหลือกับต้นทุนขายตามสัดส่วน

ขายสินค้าพร้อมติดตั้ง ลูกค้าหัก ณ ที่จ่ายจากยอดไหน ถ้าเป็นสินค้ามาตรฐานที่ขายทั่วไปและแยกมูลค่าบริการชัดเจน หัก 3 เปอร์เซ็นต์เฉพาะค่าบริการก่อน VAT แต่ถ้าเป็นการผลิตตามสั่งเฉพาะราย จะเข้าลักษณะจ้างทำของและถูกหักจากยอดเต็ม

ทำไม VAT สินค้ากับบริการนำส่งคนละเดือน เพราะจุดความรับผิดต่างกัน มาตรา 78 กำหนดให้สินค้าเกิดภาระเมื่อส่งมอบ ส่วนมาตรา 78/1 กำหนดให้บริการเกิดภาระเมื่อรับชำระเงิน ระบบบัญชีจึงต้องมีบัญชีภาษีขายยังไม่ถึงกำหนดรองรับ

MotionERP รองรับ Flow ทั้งหมดนี้ไหม รองรับครบวงจร MotionERP พัฒนาบนแกน Odoo Community เสริมชุดบัญชีภาษีไทยเต็มรูปแบบ ทั้งใบกำกับภาษี ภาษีขายยังไม่ถึงกำหนด หนังสือรับรอง 50 ทวิ รายงาน ภ.พ.30 และ Stock Card ที่ผู้สอบบัญชีตรวจได้ทันที ส่วนกิจการที่ต้องการ Odoo Enterprise ทีมเราให้บริการ Implement ด้วยมาตรฐานเดียวกัน

อยากเห็นระบบนี้ทำงานจริงกับโรงงานของคุณ

ทีมที่ปรึกษาของ Dynamics Motion เชี่ยวชาญการวางระบบบัญชีต้นทุนการผลิตสำหรับโรงงานไทยโดยเฉพาะ ตั้งแต่ออกแบบผังบัญชี ตั้งอัตรา Work Center จนถึงเทรนทีมบัญชีให้ปิดงบรายเดือนได้เอง นัดชม Demo การไหลของ Journal ทั้ง 6 ขั้นตอนบนข้อมูลจริงของธุรกิจคุณได้ที่หน้าติดต่อเรา

บทความนี้อ้างอิง มาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 2 เรื่อง สินค้าคงเหลือ ของสภาวิชาชีพบัญชี TFRS 15 เรื่อง รายได้จากสัญญาที่ทำกับลูกค้า และประมวลรัษฎากร มาตรา 78 มาตรา 78/1 มาตรา 3 เตรส ประกอบคำสั่งกรมสรรพากร ท.ป.4/2528

เพิ่มศักยภาพธุรกิจด้วย ระบบ ERP Software

ติดตั้งโดยทีมผู้เชี่ยวชาญ ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี

Share this post
Facebook LINE โทรหาเรา ส่งอีเมล